Get Curious Kids รู้เท่าทันโรคฮิต ๆ ที่เด็กส่วนใหญ่มักจะติดมาจากที่โรงเรียน!

รู้เท่าทันโรคฮิต ๆ ที่เด็กส่วนใหญ่มักจะติดมาจากที่โรงเรียน!

คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่มีลูกถึงวัยเข้าโรงเรียนในช่วงนี้ จะต้องกังวลในเป็นพิเศษ เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สามารถติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีโรคอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เด็ก ๆ สามารถติดจากเพื่อนร่วมชั้นได้ ซึ่งโรคต่าง ๆ เหล่านี้จะถือเป็นโรคติดต่อ ยิ่งเด็กเล็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่ดีเท่าไหร่นัก เพียงแค่เล่นกับเพื่อนก็สามารถติดกันได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นวันนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านไปดูโรคที่ลูกสามารถติดจากเพื่อน ๆ ได้ง่าย แต่จะมีโรคอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

โรคที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวัง เพราะเด็ก ๆ อาจจะติดมาจากที่โรงเรียน

1. โรคมือ เท้า ปาก: โรคมือ เท้า ปากจะถือเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่เด็ก ๆ ติดกันบ่อยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนเลยทีเดียว ในส่วนของอาการโรคมือ เท้า ปาก จะมีอาการที่คล้ายคลึงกับโรคหวัดเป็นอย่างมาก จนในบางครั้งผู้ปกครองไม่ได้สังเกตอาการให้ดี และไม่ได้พาไปหาหมอเพื่อรักษา จนในบางครั้งกว่าพ่อแม่จะรู้ก็อาจจะมีความอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว ในส่วนอาการของโรคมือ เท้า ปากนั้น ระยะเริ่มแรกจะเริ่มจากการเป็นไข้ก่อน และจะมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และอาจมีน้ำมูกร่วมด้วย

2. ไข้หวัดใหญ่: ถือเป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ซึ่งอาการป่วยของโรคไข้หวัดใหญ่จะเริ่มมีอาการประมาณ 1-4 วัน โดยอาจจะพบอาการคัดจมูก เจ็บคอ หากมีการป่วยเป็นระยะเวลานานอาจจะมีอาการไอจากหลอดลมอักเสบ และอาจจะมีอาการป่วยที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาด้วยเช่นกัน

3. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV: โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อทางเดินหายใจที่แพร่ระบาดในเด็กได้ง่ายเป็นอย่างมาก และโดยส่วนใหญ่แล้วจะแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี และด้วยโรคนี้เองจึงเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจ ในส่วนของการแสดงอาการจะปรากฏหลังจากที่สัมผัสเชื้อไปประมาณ 4-6 วัน เป็นต้น

และนอกจากโรคที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีโรคติดต่ออื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้ปกครองทุกท่านควรเฝ้าระวังลูก ๆ ของคุณให้ดี เนื่องจากการติดเชื้อเหล่านี้จะป้องกันได้ค่อนข้างยาก เพราะเด็กจะต้องคลุกคลีกับเพื่อน ๆ ในห้อง ดังนั้นหากผู้ปกครองท่านไหนเห็นว่าลูกของตนเองมีอาการแปลกไป หรือเริ่มไม่สบาย แนะนำให้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อที่จะตรวจเช็กอย่างละเอียดและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

Related Post

สถานที่พาเด็กๆ ไปเที่ยว

สถานที่พาเด็กๆ ไปเที่ยว สร้างประสบการณ์แสนน่าประทับใจสถานที่พาเด็กๆ ไปเที่ยว สร้างประสบการณ์แสนน่าประทับใจ

วัยเด็กนั้นเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ ยิ่งเราพาเขาออกไปท่องเที่ยว หรือเผชิญกับโลกภายนอกมากเท่าใด เด็กๆ ก็จะมีภูมิคุ้มกันทางสังคมเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเอาตัวรอดในสังคม การแก้ปัญหาด้วยตนเอง และความรู้ที่ได้จากการท่องเที่ยว ในวันนี้จะชวนคุณพ่อคุณแม่ พาลูกไปเที่ยวเปิดประสบการณ์แสนน่าระทับใจกันเลย  1. SEA LIFE Bangkok Ocean World ท่องโลกใต้ทะเลเป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กๆ นั้นรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากเป็นพิเศษ อควาเรียม กลางใจกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของศูนย์การค้าสยามพารากอนค่ะ ที่นี่ได้รวบรวมสัตว์น้ำนานาชนิดๆ จากหลากแห่งทั่วโลกไว้ อีกทั้งภายในยังมี อุโมงค์ปลา ให้เราได้ชมโลกใต้ทะเลอย่างใกล้ชิด มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งในทะเล และป่าอเมซอน ให้น้องๆ

จำหน่ายของเล่นเด็ก

ร้านจำหน่ายของเล่นเด็ก ซื้อแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ ดีกว่ากัน?ร้านจำหน่ายของเล่นเด็ก ซื้อแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ ดีกว่ากัน?

สำหรับการเลือกซื้อของเล่นเสริมพัฒนาการให้แก่ลูกน้อยของคุณ หลาย ๆ คนอาจจะเกิดการลังเลว่า การซื้อของเล่นให้ลูกน้อยที่ร้านจำหน่ายของเล่นเด็กซื้อแบบออนไลน์หรือซื้อแบบออฟไลน์ดีกว่ากัน ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อมูลดี ๆ มาแนะนำให้คุณตัดสินใจในการซื้อของเล่นที่มีคุณภาพให้แก่ลูกของคุณได้ง่ายมากขึ้น  

หมอนทารก

เด็กสามารถใช้หมอนได้ในวัยไหนเด็กสามารถใช้หมอนได้ในวัยไหน

วัยทารกถือเป็นวัยที่คอไม่สามารถที่จะตั้งเองได้ ดังนั้นหมอนทารกจึงไม่จำเป็นเท่ากับอุปกรณ์อื่น ๆ และอาจเป็นอันตรายต่อทารก ทารกแรกเกิดเป็นวัยที่ร่างกายยังอ่อนแอและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากเท่าไหร่นัก แต่ต้องใช้หมอนเมื่อเด็กเติบโตพ้นช่วงวัยทารกมาแล้ว ในบทความเราจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเหมาะสมในการใช้หมอนว่าควรใช้กับเด็กวัยไหน มีเหตุผลอะไรที่ไม่ควรนำหมอนมาใช้กับเด็กทารก ผู้ที่เป็นพ่อแม่ ต่างก็ต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เพื่อความสบายตัวของลูกน้อย ตัวอย่างเช่น การนอนกับที่นอน การห่มผ้าที่มีความหนา หรือจะเป็นการใช้หมอนที่นุ่มนิ่ม แต่ก็เป็นความรู้ที่ผิดซึ่งใครหลายคนอาจจะเข้าใจว่าการนอนเช่นนี้ทำให้เด็กหลับสบาย ความจริงแล้วนั้นในวัยเด็กไม่ควรให้หมอนหนุนเพราะเด็กในวัยนี้ไม่มีความสามารถในการควบคุมและคอให้ตั้งตรงได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อการหายใจหรือการอุดกั้นทางเดินหายใจทางจมูก หากศีรษะจมอยู่ในหมอนนุ่ม ๆ ก็อาจทำให้เด็กหายใจลำบากหรือไม่สามารถหายใจออกได้ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตกะทันหันของทารก โดยอีกชื่อหนึ่งสำหรับอาการนี้จะเรียกเป็น ภาวะไหลตายในทารก  ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่โรคภูมิแพ้ก็เกิดขึ้นได้ง่ายในทารกเพราะภูมิต้านทานต่ำ กุมารแพทย์โดยส่วนมากแล้วจะให้การแนะนำด้วยการให้ที่นอนแนวราบไม่ยกสูงและมีผิวที่เรียบแก่ลูกน้อย ไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป  และไม่ใช้ผ้าห่มหรือหมอนที่มีขนาดใหญ่ เมื่อใดที่เด็กใช้หมอนได้